บทที่ 8 ตอนที่6 เกินเก็บข่ม 2
หญิงสาวคิดในใจพลางหัวเราะขยุกขยิกอยู่ตรงหน้าของหลี่เซียวเหยา ยิ่งทำให้ชายหนุ่มโกรธจนตัวสั่นสะท้าน กล้ามเนื้อพลันกระตุกรุนแรง
นางกำลังทำเขา
ตบะแตก! ของจริง
เวลานี้ธรรมะบทไหนก็ไม่ช่วยให้ใจของเขาสงบลงได้
สตรีนางนี้
นาง...
นาง...
เขาจะฆ่านางด้วยวิธีไหนดี?
“คิดอยากจะฆ่าข้าอีกล่ะสิ อืม ไม่ง่ายหรอกนะ เพคะองค์ชาย” เจินเจินเอ่ยอย่างรู้ใจผ่านสายตาของเขาด้วยน้ำเสียงลากยาวอย่างไม่กลัวเกรงพลางส่งสายตายั่วเย้ารอยยิ้มยั่วยวนในขณะที่มือไม้ยังคงลูบคลำอยู่ตรงแผ่นหลังตึงเครียด
การกระทำนั้นรอยยิ้มนั้นยิ่งสร้างไฟโทสะแก่หลี่เซียวเหยาให้ลุกโชน
พอกันทีอารมณ์เก็บข่มใดๆ
ท่าทีสงบสุขุมเยือกเย็นใช้ไม่ได้กับสตรีนางนี้เป็นแน่
ชายหนุ่มคิดในใจด้วยไฟโทสะผ่านม่านตาคมดำที่บัดนี้ทอประกายร้อนแรงด้วยอารมณ์คล้ายคมเพลิง
เจินเจินยังคงเอ่ยต่อเรื่อยๆมิได้นำพากับอาการโกรธเกรี้ยวของ หลี่เซียวเหยาแต่อย่างใด
“ท่านรู้อะไรหรือไม่ ข้าน่ะชมชอบบุรุษเป็นชีวิตจิตใจ มีบุรุษมากมายในอาณัติของข้า บุรุษพวกนั้นล้วนแล้วแต่เป็นสมุนผู้ภักดีของข้า” หญิงสาวกล่าวอย่างอารมณ์ดีขณะปล่อยชายหนุ่มให้เป็นอิสระจากวงแขนงามๆก่อนถอยห่างจากร่างของเขา
หญิงสาวเพียงเดินนวยนาดด้วยท่วงท่าพริ้วไหวไปทั่วห้องอย่างเพลิดเพลินรื่นเริงอารมณ์ดีตามวิสัยโดยไม่มีหวาดหวั่นประการใดต่อหลี่เซียวเหยา
“แต่ไม่มีใครทำให้ข้ารู้สึกอยากเอาชนะได้เหมือนเช่นท่าน บุรุษมากมายมิได้ทำให้ข้าใจกระตุกได้เหมือนท่าน อืม...” หญิงสาวทำท่าทางเอานิ้วเรียวของตนขึ้นแตะคางได้รูปเบาๆด้วยท่าทางชวนมองพราวเสน่ห์น่าหลงใหล
นางเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแว่วหวานเรียบเรื่อย “อืม...ยามท่านโกรธท่านช่างดูดีมีเสน่ห์เร้าใจข้ายิ่งนัก ไม่รู้ว่าทำไมข้าจึงชอบเวลาท่านโกรธ อืม...ข้า...”
“เจ้า...ทำไม” เสียงของหลี่เซียวเหยาเอ่ยขึ้นเนิบๆอยู่ด้านหลังของเจินเจิน
หญิงสาวรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
หือ!?
“!?”
นางค่อยๆหันหน้าไปทางชายหนุ่มที่กำลังพ่นลมหายใจร้อนกรุ่นอยู่เหนือศีรษะของนางในขณะนี้
เขา...
เขา...
ไม่ได้อยู่กับเชือกตรงเสาแล้ว!
เจินเจินเอ่ยเสียงเบาแผ่วเกือบกระซิบ “ท่าน... ท่าน..." พลางชี้นิ้วไปตรงต้นเสาต้นหนึ่งที่ตั้งอยู่กลางห้อง
"เชือกขาดตั้งแต่เมื่อไหร่” นางเอ่ยเสียงเบายกยิ้มกลบเกลื่อน
“สำคัญด้วยหรือ หืม...” หลี่เซียวเหยาเอ่ยเสียงเบาพร้อมรอยยิ้มเย็นยะเยือก
ดวงตาที่เคยดำดิ่งลึกลับ บัดนี้กลับแวววับซ้อนทับด้วยภาพของสตรีนางหนึ่ง
นางผู้ซึ่ง
น่าตายนัก!
เจินเจินค่อยๆช้อนสายตาของนางขึ้นมองตอบสบสายตาของเขา
อา...
พลาด...
พลาดมหันต์
ทั้งสองจ้องตากันนิ่งงัน
เจินเจินใช้ความเร็วเพียงนิดเอียงหน้าขึ้นจูบหลี่เซียวเหยาแบบพริบตา ก่อนหมุนตัววิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต
หลี่เซียวเหยาแม้จะตกตะลึงกับการแอบกินเต้าหู้อย่างมืออาชีพของสตรีตรงหน้า แต่ยังคงวิ่งตามติดอย่างเร็วกว่าความคิด พลางตะโกนคำราม
“จะหนีไปไหน...”
“ไม่....นะ....”
และภาพของว่าที่สามีที่กำลังไล่ล่าฆ่าฟันว่าที่ภรรยาก็พลันเกิดขึ้นอีกครั้ง...
“ครานี้พวกเจ้าคิดว่าใครจะชนะ” เสียงเดิมเสียงที่หนึ่งเอ่ยขึ้นตรงมุมห้องภายในตำหนักของหลี่เซียวเหยา
“ข้าคิดว่าองค์ชายสี่นะ” เสียงเดิมเสียงที่สองตอบคำ
“ข้าก็คิดว่าองค์ชายสี่” เสียงเดิมเสียงที่สามเอ่ยบ้าง
ทั้งสามสาว หยางเจียน เว่ยฟาง และหลิวฉวนหยู่ร์ต่างมองหน้ากันและกัน ก่อนจะทำท่าไว้อาลัยให้ เจินเจิน...
ณ มุมมืดมุมหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสองหนุ่มสาวที่กำลังไล่ล่าฆ่าฟันกันอย่างเอาเป็นเอาตายนั้น ได้ปรากฏร่างของสตรีนามว่าเซียงอวี๋อยู่
หญิงสาวได้แอบมองคนทั้งคู่อยู่ไม่ไกลเช่นเดียวกัน
นางรับรู้ได้ถึงการกระทำของทั้งสองชายหญิงคู่นั้น ทั้งหลี่เซียวเหยาและเจินเจิน
หญิงสาวจึงเริ่มจะตระหนักได้แล้วว่า การยั่วยวนเช่นนั้นคงไม่ใช่ผลดี
อา...
นางคงต้องคิดแผนใหม่
นางต้องใช้ตัวช่วย...
นางจะทำอย่างไรดี.....
“ยอมแล้ว ยอมแล้ว”
เสียงหวานที่กำลังหวีดแหลมของเจินเจินร้องขึ้นอย่างโหยหวนเพื่อห้ามปรามบุรุษรูปร่างสูงสง่าที่กำลังจับอุ้มร่างระหงของนางเพื่อหมายจะโยนทิ้งลงไปในบึงดอกบัวกลางสวนสวยของตำหนักหลี่เซียวเหยา
“จะล่วงเกินข้าอีกหรือไม่” หลี่เซียวเหยาคำรามเสียงกดต่ำขณะชูยกร่างบางของเจินเจินเพื่อหมายจะโยนนางทิ้งลงในสระน้ำแห่งนี้
“มันหนาวน๊า” เจินเจินอ้อนเสียงโอดครวญอยู่บนอ้อมแขนแข็งแกร่งของชายหนุ่ม
“ตอบ!” ชายหนุ่มยังคงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำคำรามรอดไรฟันพร้อมทำท่าจะโยนร่างของหญิงสาว
“ไม่แล้ว ไม่แล้ว ปล่อยก่อน ปล่อยก่อน ค่อยๆคุยกัน” หญิงสาวรีบส่งเสียงหวานพร้อมรอยยิ้มอย่างมีจริตมารยาใส่เจ้าของวงแขนแข็งแรงที่พร้อมจะทุ่มนางลงไปในบึงสระบัว
“ถ้าเจ้ามิใช่คนของหงฮองเฮา ข้าคงสั่งประหารเจ้าไปแล้ว” หลี่เซียวเหยายังคงคำรามเสียงเครียดใส่หน้าสตรีในอ้อมแขน
“ถ้าท่านฆ่าข้า... ลูกน้องของข้า...ย่อมตามมาเผาตำหนักของท่านน๊า” เจินเจินยังคงเถียงออกไปแม้น้ำเสียงจะติดโอดครวญพลางส่งสายตามองหาลูกน้องของตน
มันหายหัวไปไหนกันหมด! หึ!
“เช่นนั้นจงลงไปเล่นน้ำในสระบัวเสีย” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมทำท่าจะโยนอีกครั้ง
“ไม่เผา เพคะ ไม่เผา” หญิงสาวร้องเสียงหลงพลางโอบกอดกระชับรอบลำคอหนาของชายหนุ่มเอาไว้อย่างแนบแน่น
“ลงไป” เขาทำท่าโยนลงสระ
“ไม่...นะ...” นางกระชับกอดแน่น
ทั้งสองชายหญิงต่างยื้อยุดกันไปมาอยู่ริมขอบสระบัว ฝ่ายหนึ่งจับอุ้มร่างบางนุ่มนิ่มเอาไว้พร้อมทำท่าจะโยนออกไป อีกฝ่ายหนึ่งโอบเกี่ยวรอบลำคอรอบช่วงไหล่พัลวัน
“เหนื่อยแล้ว พักก่อน”
